
ที่อยากจะเขียนก็ใช่ว่าจะมีอะไรพิเศษเกิดขึ้นในปีนี้หรอก ชีวิตของฉันมันยังไม่มีอะไรหวือหวาในเรื่องนี้เท่าไร สำหรับฉันมันก็แค่วันทำงานวันนึงที่ยุ่งจริงๆ แถมรถก็ยังติดอีกต่างหาก ต้องรอจนดึกกว่าจะได้กลับบ้าน
ตลกดี ฉันกับน้องอีกคนที่ทำงานระลึกได้ว่าปีที่แล้วก้เหลือเราสองคนแบบนี้แหละในออฟฟิศคืนวันวาเลนไทน์ เมื่อปีก่อนเราพูดติดตลกกันว่า นี่จะเป็นปีสุดท้ายที่เราจะนั่งหงอยแบบนี้
ผ่านมาปีนึงเร็วจริงๆ ทว่าสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม เราเลยคุยกันเหมือนเดิมว่าปีหน้าจะไม่เอาอีกแล้ว
ฉันแอบเห็นสาวๆหลายคนในที่ทำงานฉันได้ดอกไม้ โห ได้ข่าวว่าดอกไม้แพงน่าดู กุหลาบดอกนึงตั้ง 200 แน่ะ ผู้ชายบางคนนี่เจ้าบุญทุ่มน่าดูเลย
ฉันว่าผู้หญิงคงดีใจที่ได้ดอกไม้นะ มันเหมือนกับว่าตัวเองมีค่าในสายตาของอีกคนนึงเหลือเกิน
ความรักมันก็น่าตื่นเต้นอย่างนี้แหละ มีหวือหวาเป็นครั้งคราว
ในวันนี้เองเราจะสามารถเห็นความสุดโต่งของคนสองกลุ่ม พวกแรกคือคือพวกที่มีความสุขกับวันแห่งความรักนี้ คือ ได้ดอกไม้ ได้ไปดินเนอร์ หรือได้ของขวัญจากแฟน กับคนอีกพวกนึงที่เกลียดวันนี้ เนื่องด้วยเพิ่งจะอกหัก เพิ่งเลิกกับแฟน บางคนแทบอยากจะหลับข้ามวันเลยทีเดียว
สำหรับผู้ซึ่งอยู่กลางๆเช่นฉัน คือไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับวันแห่งความรักนี้ คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้คนเราสมมติทึกทักกันเอาเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันพ่อ วันแม่ วันครู ฯลฯ ถ้าเราจะแสดงความรักกับใคร อีแค่วันเดียวต่อปีมันไม่เพียงพอหรอก ฉันว่าทำมันทุกโอกาสเท่าที่จะทำได้ดีกว่า
แล้วการที่เราไม่มีแฟน ไม่ได้หมายความว่าเราจะแสดงความรักต่อคนอื่นไม่ได้ซะที่ไหนล่ะ อย่างน้อยๆเราก็รักตัวเรา ครอบครัวเรา เพื่อนฝูง และอื่นๆอีกมากมายได้ ทำไมจะต้องไปทุกข์กับมันด้วย
ฉันเชื่อว่าคนที่มีแฟน เขาก็สุขและทุกข์แบบคนที่มีแฟน คนโสดก็เหมือนกัน แล้วจะไปอิจฉาทำไม ไอ้ความสุขแบบหวือหวาน่ะ มันมาเร็วไปเร็ว ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่ามันจะอยู่กับเราตลอดไป
การอยู่กับตัวเองให้ได้ มีความสุขกับตัวเองเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว เพราะมันเป็นความสุขที่มาจากข้างใน มิใช่เกิดจากปัจจัยภายนอกซึ่งเอาอะไรแน่นอนกับมันไม่ได้เลย
No comments:
Post a Comment