Sunday, March 23, 2008
เทศกาลเช็งเม้ง และเรื่องอื่นๆ
ครบรอบอีกหนึ่งปีของเทศกาลเช็งเม้งอีกแล้ว ปีนี้ถือว่าไปไหว้เร็วกว่าปกติเพราะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทำให้ต้องเลื่อนขึ้นมาเร็วขึ้นหนึ่งอาทิตย์
เราออกจากบ้านกันแต่เช้าเหมือนเดิม ประมาณเกือบๆหกโมงเช้า ไปถึงสุสาน 8 โมงพอดี ไหว้ถึง 10 โมงก็เก็บของ กลับถึงบ้านก็เกือบๆบ่ายโมง อากาศนี่ร้อนใช้ได้เลย ทำเอาสลบไปเลยเมื่อกลับถึงบ้าน
อยากจะเขียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่ประสบมาสักหน่อย ฉันเป็นคนที่เชื่อเรื่องของบาปบุญคุณโทษและเรื่องเวรกรรมมาตั้งแต่เด็กแล้ว อาจเป็นเพราะแม่สอนฉันเรื่องนี้บ่อยๆ แม่บอกว่าถ้าเราจิตใจดี มีเมตตา ช่วยเหลือคนบ่อยๆโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน เมื่อถึงคราวที่เราลำบาก ฟ้าก็จะส่งคนมาช่วยเรา
ฉันเคยประสบด้วยตัวเองหนนึงตอนที่ยังอยู่เยอรมนี ตอนที่ฉันจะย้ายบ้าน ตอนนั้นฉันมืดแปดด้านจริงๆ เพราะไม่รู้จะจัดการกับของอย่างไร จะขนไปยังไง จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน ไม่รู้จะไปขอความช่วยเหลือจากใคร ยอมรับเลยว่าเครียดมาก เพราะมีเวลาแค่สองอาทิตย์เอง จู่ๆพี่ที่ฉันรู้จักคนนึงก็พาคนมาช่วยฉันโดยที่ฉันไม่ทราบเรื่องเลย ตอนนั้นฉันดีใจสุดๆ ซาบซึ้งในน้ำใจของพี่เขามากๆ
หนที่สองเพิ่งจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้เอง ขณะที่ฉันกำลังมืดแปดด้านเรื่องบ้าน ฟ้าก็ส่งคนมาช่วยฉัน นึกๆไปแล้วมันก็ตลกดีนะ จะว่ามันเป็นเหตุบังเอิญก็ไม่เชิง ฉันนึกถึงคำที่คุณดังตฤณเขียนในหนังสือเอาไว้ว่า ความบังเอิญไม่มีในโลก มีแต่เหตุผลที่คนเราไม่รู้
ฉันรู้เพียงว่าฉันไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่เคยเอาเปรียบใคร เวลาใครมาขอความช่วยเหลือ ฉันก็ช่วยเท่าที่จะทำได้ ฉันไม่ได้หวังว่าเขาจะต้องซาบซึ้งในบุญคุณ หรือสิ่งที่ฉันทำให้ ฉันว่าของแบบนี้อยู่ที่บุญกรรมของเจ้าตัวเขาเอง ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องไปทุกข์ร้อนอะไร
ตอนนี้ฉันกำลังเผชิญหน้ากับคนที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ คนที่ไม่เคยใส่ใจในความทุกข์ร้อนของผู้อื่น คนที่อัตตาสูง แต่คุณธรรมต่ำมาก คนที่เอาเปรียบผู้คนรอบข้าง คนที่ไร้สัจจะ ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดจะรวมอยู่ในคนนเดียวนะเนี่ย
ฉันได้แต่หวังว่าจะหมดกรรมกับคนผู้นี้โดยเร็ว ที่ผ่านมาฉันอาจจะติดหนี้กรรมเขามารึเปล่าก็ไม่อาจทราบได้นะ เอาเป็นว่าขอให้มันหมดไปในชาตินี้เถอะ ฉันไม่อยากเจอคนแบบนี้อีกแล้ว
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment