Wednesday, March 26, 2008

เกือบจะได้ทำดีแล้วเชียว

วันนี้ตั้งใจจะไปบริจาคเลือดเป็นครั้งที่สี่ แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะเลือดของฉันจาง ที่จริงมันจางนิดหน่อยเอง ไม่รู้เป็นเพราะดื่มน้ำเตรียมไปเยอะเกินรึเปล่า หรือไม่ก็ช่วงนี้นอนไม่ค่อยพอ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะส่งผลได้ขนาดนั้น คุณพยาบาลให้ยาธาตุเหล็กมา6ถุง ฉันตั้งใจว่าจะลองกินทุกวันและนอนพักผ่อนเยอะๆ อีก สองอาทิตย์จะลองไปใหม่

ฉันไม่ถึงกับเสียความตั้งใจหรอก แค่รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยและก็แอบสงสัยว่าทำไมจู่ๆเลือดจาง แต่ก็ดีนะ พอลองหาข้อมูลดูมันทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าภาวะเลือดจางเกิดขึ้นได้ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอ ยาบำรุงที่เขาให้ก็ควรจะกิน ปกติฉันไม่ค่อยทานเลย กินอยู่วันเดียวก็เลิก สงสัยคราวนี้คงต้องเชื่อคุณพยาบาลซะแล้ว

วันนี้ได้รับอีเมลเกี่ยวกับไดอารี่ของอาจารย์เอแบคที่กระโดดตึก อ่านแล้วฉันก็ปลงนะ เขาคิดว่าแฟนคือทั้งชีวิตของเขา พอแฟนขอเลิกก็ทนไม่ได้ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

น่าเสียดายชีวิตของเธอมาก เพียงเธอระลึกได้ว่าที่จริงก่อนที่เธอจะเจอเขาคนนั้น เธอก็เคยอยู่คนเดียวได้ มีชีวิตที่ปกติสุขดี เธอจะไม่รู้สึกเลยว่าขาดเขาแล้วเธอจะไม่สามารถทนได้
คนเรามักคาดหวังกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง วาดฝัน จินตนาการไปเรื่อย แต่พอสิ่งนั้นมันพังทลายไปก็เกิดอาการรับไม่ได้ ผิดหวัง เสียใจ

ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ทำไมพุทธศาสนาถึงเน้นกับการปล่อยวาง ก็เพราะทุกสิ่งในโลกมันเป็นสิ่งสมมติทั้งสิ้น และสิ่งต่างๆหล่านี้มันเป็นไปตามกฏของไตรลักษณ์ คือ ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง
วันนี้เราเป็นคนรักกัน พรุ่งนี้อาจไม่ใช่อีกแล้ว รอบๆตัวเราเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ถ้าเรายอมรับสภาพการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ย่อมหมายถึงเรากำลังต่อต้านความจริงข้อนี้อยู่ เราก็จะรู้สึกฝืน และทนไม่ได้

ยิ่งปล่อยวางได้มากเท่าไร ชีวิตก็ย่อมเป็นสุขได้เร็วเท่านั้น

No comments: